Monday, December 26, 2011

ครู เซราะกราว (บ้านนอก)

ครูเซราะกราว


        ได้ฟังเดี่ยว 9 ของคุณโน้ต อุดม พูดเรื่องเซราะกราว  เซราะ แปลว่าบ้าน กราว แปลว่า นอก เป็นภาษาเขมรคือ คนบ้านนอก   ที่ใช้ในการสื่อสารกัน ที่บ่งบอกถึงมา คือ คนบ้านนอกและจะมีความเฉิ่มประกอบด้วย ไม่ได้หมายว่าโง่แต่ประการใด หมายถึงความไม่ทันสมัย ในมุมมองของคนเมือง
        มีหลายคำที่ คนเมืองนำมาพูด เช่น ซี บาย  ซี คือกิน บาย คือข้าว คำว่า ซี นั้น เป็นคำที่เราใช้สำหรับคนกันเอง เพื่อนฝูง แต่ถ้าเป็น แขก ผู้หลัก ผู้ใหญ่ ใช้คำว่า โฮบ บาย โฮบ คือ ทาน หรือรับประทาน 
        แล้วมีบางคำที่คนเมือง นำมาใช้กัน โดยเฉพาะในวงการ ตลก บางคำเป็นคำหยาบมาก ได้ฟังแล้วก็ได้แต่ปลง แต่ก็ผ่านการตรวจนำออกมาขายได้ ไม่รู้ใครเป็นคนตรวจ มีภูมิความรู้ดีจัง อยากเห็นหน้า
        พูดเรื่องบ้านนอก ทำให้นึกถึงภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่เกี่ยวกับครู คือเรื่อง ครูบ้านนอก เป็นงานเขียนของครู คำหมาน คนไค และนี้คือ เรื่องของภาพยนตร์
       ครูบ้านนอก เป็นภาพยนตร์ไทยที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2521 เป็นภาพยนตร์สะท้อนปัญหาสังคมในชนบทภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื้อเรื่องเกี่ยวกับครูหนุ่ม สาวที่เพิ่งจบใหม่จากวิทยาลัยครู และเดินทางไปสอนหนังสือในถิ่นทุรกันดาร ขาดไฟฟ้า แหล่งน้ำ และการสาธารณสุข แสดงให้เห็นวิถีการดำเนินชีวิตความเป็นอยู่แบบเก่าของชาวชนบทในภาคอีสาน และปัญหาความขัดแย้งกับผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น

ภาพยนตร์ถ่ายทำที่บ้านดอนเมย ตำบลนาจิก อำเภออำนาจเจริญ จังหวัดอุบลราชธานี (ปัจจุบันคือจังหวัดอำนาจเจริญ) ที่เป็นบ้านเกิดของคำหมาน คนไค เจ้าของบทประพันธ์  โดยสมมุติเป็น "บ้านหนองหมาว้อ" ใช้นักแสดงหน้าใหม่ทั้งหมด ภาพยนตร์ประสบความสำเร็จ ได้รายได้ถึง 9 ล้านบาท  ได้รับความชื่นชมจากนักวิจารณ์ และถูกนำไปฉายยังต่างประเทศ ได้รับรางวัลภาพยนตร์สร้างสรรค์ และรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม จากประเทศรัสเซีย 

       อนึ่ง ในปี พ.ศ. 2536 ครูบ้านนอก เคยได้มีการนำเอามาสร้างเป็นละครโทรทัศน์ ออกอากาศทาง สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 ซึ่งออกอากาศไปเมื่อวันจันทร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2536 ถึง วันศุกร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2537 นำแสดงโดย ศรราม เทพพิทักษ์, สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์, ปัญญา นิรันดร์กุล 

      ในปี พ.ศ. 2552 สุรสีห์ ผาธรรมได้นำภาพยนตร์กลับมาสร้างใหม่โดย สหมงคลฟิล์ม นำแสดงโดย พิเชษฐ์ กองการ ฟ้อนฟ้า ผาธรรม และหม่ำ จ๊กมก ออกฉายในวันครู 14 มกราคม พ.ศ. 2553  ใช้ชื่อภาพยนตร์ว่า ครูบ้านนอก บ้านหนองฮีใหญ่  ที่ได้นำเอาเด็กบ้านนอกร่วมแสดงด้วย เนื้อเรื่องเป็นอย่างนี้

       ในงานเลี้ยงส่งนักศึกษาในวิทยาลัยครูแห่งหนึ่ง ทุกคนสนุกสนานกับการสังสรรค์จากการจัดงานอำลาสถานบันจากวงดนตรีสมัยใหม่ ในขณะที่ ครูปิยะ เดินเลี่ยงออกจากงานมายืนชมนิทรรศการวิถีชีวิตของชาวอีสานอย่างสนใจ นับเป็นแรงบันดาลใจให้เขาตัดสินใจสอบบรรจุเป็นเพื่อรับราชการครูที่ภาคอีสาน 
        โดยบรรจุครั้งแรกที่โรงเรียนบ้านหนองหมาว้อ พร้อมกับ ครูดวงดาว หญิงสาวรูปร่างบอบเบา และ ครูพิสิษฐ์ ครูหนุ่มมาดสำอางค์ โดยมี ครูคำเม้า เป็นครูใหญ่โรงเรียนบ้านหนองหมาว้อมีเพียงอาคารเรียนชั่วคราวชั้นเดียวพื้น ติดดิน นักเรียนต้องเรียนรวมกันโดยไม่มีการแบ่งกั่นห้องเป็นพื้นที่เป็นสัดส่วนใน แต่ละห้อง สภาพนักเรียนสวมเสื้อผ้าขาด ร่างกายมอมแมม ครูปิยะคือตัวแทนของหนุ่มสาวที่มีความมุ่งมั่นในอุดมการณ์เพื่อพัฒนาการ ศึกษาและสังคมไทยให้เจริญก้าวหน้า มีการนำความรู้ภูมิปัญญาการเล่านิทานในท้องถิ่นของผู้เฒ่าแห่งหมู่บ้าน มาเป็นประยุกต์เป็นการสอนการท่องจำในชั้นเรียน 
        ในขณะที่ครูใหญ่คำเม้าครูรุ่นเก่าที่ทำหน้าที่สอนหนังสือโดยยึดหลักปรัชญา “เลข คัด เลิก” ส่วนครูพิสิษฐ์ครูหนุ่มเจ้าสำราญที่เคยใช้ชีวิตในสังคมเมืองที่ต้องจำใจ มาสอบบรรจุครู ต่อมาครูพิสิษฐ์มีคำสั่งให้ย้ายไปสอนในเมืองเพราะมีเรื่องชกต่อยกับเจ้า หน้าที่ที่มาตรวจราชการที่โรงเรียนลวนลามครูดวงดาว ครูปิยะได้เก็บความสงสัยไว้ในใจเกี่ยวกับรถขนไม้ที่วิ่งผ่านเข้ามาในหมู่ บ้าน เพราะครั้งหนึ่งเกิด 
        เหตุการณ์ท่อนซุงขนาดใหญ่หล่นจากรถบรรทุกตกลงมาในสนาม โรงเรียน ครูปิยะจึงพบว่าทั้งหมดเป็นไม้เถื่อน จึงแอบเข้าไปถ่ายรูปในปางไม้ของผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นเพื่อส่งข่าวไปให้ หนังสือพิมพ์ จึงทำให้ครูปิยะต้องหนีภัยมืดออกจากบ้านหนองหมาว้อไปอาศัยอยู่กับหลวงตาอยู่ ในเมือง แต่ด้วยอุดมการณ์และจิตสำนึกของความเป็นครู 
       ครูปิยะจึงกลับคืนมาสอนที่โรงเรียนโรงเรียนบ้านหนองหมาว้ออีกครั้งท่ามกลาง การต้อนรับของครูและนักเรียน เพียงแต่ครูปิยะขี่จักรยานเข้าสู่รั้วโรงเรียนเท่านั้นมือปืนได้ยิงปืนโดน สู่ร่างของครูปิยะจนจักรยานล้มลงสู่พื้นดิน ท่ามกลางความตกตะลึงของครูและนักเรียน จนครูปิยะได้เสียชีวิต
******* 
เรื่องและภาพประกอบจาก http://th.wikipedia.org

No comments:

Post a Comment